You are here:   Home เรื่องสุขภาพ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
คลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG
วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2009 เวลา 00:00 น.

EKG หรือ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ นั้น เป็นที่คุ้นหูในหมู่ประชาชนทั่วไป แต่ก็ยังมีหลายท่านที่ไม่เข้าใจความหมายและประโยชน์ของการตรวจที่แท้จริง EKG คืออะไรกันแน่ มีประโยชน์อย่างไร

EKG บางทีก็มีผู้เรียกว่า ECG ก็คือ การตรวจหัวใจด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้า (Electrocardiogram) ซึ่งตัว K นั้นเป็นภาษาเยอรมัน มาจากคำว่า Kardiac แปลว่า หัวใจ เหมือนกับตัว C ในภาษาอังกฤษ คือ Cardiac จึงใช้ได้ความหมายเหมือนกัน 

           ท่านเคยสงสัยไหมว่า      ทำไมท่านหรือคนรู้จักป่วยเป็นโรคหัวใจมานาน แต่ทำไมผลการตรวจ
คลื่นไฟฟ้าหัวใจกลับอ่านผลการตรวจออกมาว่าปกติดี ท่านเคยสงสัยไหมว่าเพราะอะไร    การตรวจคลื่น
ไฟฟ้าหัวใจบอกให้เราทราบข้อมูลของหัวใจค่อนข้างจำกัด เช่น จังหวะการเต้น ความสม่ำเสมอ การนำไฟฟ้าในหัวใจ และข้อมูลที่ได้ก็ต้องนำมาแปลผลอีกครั้งจากการซักประวัติ และการตรวจร่างกายของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงสามารถสรุปได้อีกครั้งว่าหัวใจผิดปกติแน่นอนหรือไม่


          
ในการแปลผลคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ถ้าเป็นเพียงหลอดเลือดตีบไม่รุนแรงก็อาจตรวจไม่พบความผิดปกติได้ และในการอ่านคลื่นไฟฟ้าหัวใจว่ามีหัวใจโต ก็เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังมาก เพราะต้องอาศัยการแปลผลความสูงของคลื่นไฟฟ้าเป็นสำคัญ ความสูงของคลื่นนี้จะมีการแปรผันมาจากอายุ ความอ้วน ความผอม และโรคปอด ฯลฯ และบ่อยครั้งที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจอ่านผลออกมาว่า มีหัวใจโต แต่ความจริงหัวใจอาจไม่โตก็ได้ ในการตรวจขนาดหัวใจโดยอาศัยคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้น มีความไวต่ำมาก ซึ่งหมายความว่า หัวใจอาจจะโตโดยที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติ 

ความเหมาะสมในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
          
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจจะมีประโยชน์ ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ ใจสั่น เจ็บหน้าอก ในกรณีที่อายุน้อย ไม่มีอาการผิดปกติ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจจะไม่มีประโยชน์ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจควรตรวจในกรณีที่อายุมากกว่า 40 ปี และมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น ไขมันในเส้นเลือดสูง สูบบุหรี่ เบาหวาน แม้ว่าจะไม่มีอาการของโรคหัวใจ แต่สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจทั้งสิ้น จึงควรที่จะรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อเก็บการตรวจไว้เปรียบเทียบกันในอนาคต หรือในกรณีที่มีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือตรวจพบความดันโลหิตสูง ลิ้นหัวใจรั่ว ควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจทันที
           ดังนั้น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจจึงมีความจำเป็นในผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจในเวลานั้น ส่วนคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีปัญหาต่างๆ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ จึงอาจไม่จำเป็นต้องตรวจแต่อย่างใด และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ก่อน 

ที่มา... กรุงเทพวันอาทิตย์   ปีที่ 16 ฉบับที่ 5581 (374) วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2546] ภาพประกอบ จาก internet

Comments
Add New Search
Write comment
Name:
Email:
 
Website:
Title:
UBBCode:
[b] [i] [u] [url] [quote] [code] [img] 
 
 
:angry::0:confused::cheer:B):evil::silly::dry::lol::kiss::D:pinch:
:(:shock::X:side::):P:unsure::woohoo::huh::whistle:;):s
:!::?::idea::arrow:
 
Please input the anti-spam code that you can read in the image.

3.26 Copyright (C) 2008 Compojoom.com / Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 01 มิถุนายน 2012 เวลา 10:29 น.